เด เกอา “หมูหก” ในเกมที่ “ผี” จัดตัว “กั๊ก”
บางทีฟุตบอลมันก็คล้ายๆ “สนุกเกอร์” นะ ถ้าอีกคนนึงแทงดี อีกฝั่งจะออกทะเลเสมอ แทงทั้งวันยังไงก็แพ้
เกมเอฟเอ คัพ ที่ เวมบลีย์ ระหว่าง แมนฯยูฯ กับ เชลซี ที่เหมือนนัดกันมาใช้หลัง 3 เรียกว่าเหนียวและทันกันทุกจังหวะจนไม่มีทีท่าว่าจะทำประตูกันได้เลย
แต่ฟุตบอลมีจุดเปลี่ยนเสมอครับ การที่ เอริค ไบญี่ เจ็บหนักถึงขั้นหามออกจนต้องกลับมายืนหลัง 4 ซึ่งการเปลี่ยนการยืนจากของเดิมที่ทำได้ดีมาตลอดเป็นช่วงที่ เชลซี ฉวยโอกาสทำประตูในนาที 45+11
เป็นการเข้าทำแบบเบสิกเปิดบอลจากเส้นหลังแล้ว ชิรูด์ ที่แพ้การชิงจังหวะกับ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ มาเกือบตลอดทั้งครึ่งแรกกลับเป็นผู้ชนะในลูกสำคัญซะงั้น
ประตูนี้อาจทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแต่บอลไม่ได้ด้ข่มกันเยอะ แค่ลูกเดียวตาม “แก้งาน” ได้ครับแต่จุดเปลี่ยนจริงๆมันอยู่ที่ลูก 2-0 ที่ทำให้แผนและการติวเข้มในช่วงพักครึ่งเสียน้ำลายเปล่าทันที
1 นาทีหลังเสียงนกหวีดครึ่งหลังดังขึ้น แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ทำในสิ่งต้องห้ามของเกมรับคือจ่ายขวางสนามในพื้นที่อันตราย ถ้าจะขวางน้ำหนักต้องโด่งและแรงไปเลย
อันนั้นคือพลาด “แรก” แต่มันดันมีพลาด “สอง” และที่ต้องรับไปเต็มๆคือ ดาบิด เด เกอา ที่ลูกนี้ไม่เหลือบ่ากว่าแรงไม่ใช่แค่นายประตูระดับ top แต่ระดับไหนยังไงต้องเซฟได้
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โกล์ที่ชาติสเปน พลาดในลักษณะเช่นนี้ การเซฟสวยๆในหลายๆเกม (รวมถึงนัดนี้) ไม่สามารถลบภาพที่แกรังสรรค์มานับไม่ถ้วน
อย่างที่เขาพูดกันมีประตูดีไว้ใจได้ เวลาเพื่อนเล่นก็มั่นใจตาม แต่มีประตูน้ำ เพื่อนเล่นไปผวาไป
พอพลาดแบบนี้กล้องอังกฤษก็รู้งานตัดภาพไปที่ โรเมโร่ ผู้รักษาประตูสำรองซึ่งปกติได้รับโอกาสในบอลถ้วยมาตั้งแต่รอบแรก
อันนี้ไม่ใช่ว่าพอพลาดแล้วมาได้ทีซ้ำเติมแต่ผมว่า โซลชา ไม่ซื้อใจลูกน้องในเมื่อส่งโกล์สำรองมาตลอดก็ควรให้โอกาสเหมือนที่ แลมพ์ ไม่ลังเลให้ กาบาเญโร่ ยืนเฝ้าเสาแทน เกปา
แล้วบงเอิ๊ญตัวที่ปาดหน้าให้ลงดันมาพลาดในเกมบอลถ้วยรอบรองฯนัดเดียวร่วงก็ยิิ่งดึงอารมณ์ทุกๆฝ่ายให้ดิ่งลงไปอีก
เมื่อบอลแพ้เรื่องๆแย่ๆก็ตามมา ตอนนี้มีคำถามตามมาคือการจัดตัวของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่กั๊กๆจะสำรองลงก็ไม่สุด ตัวจริงอยากให้พักสุดท้ายก็เลยไม่ได้พัก
จริงๆแล้ววันนี้ทั้ง ยูไนเต็ด และ เชลซี speed บอลก็ไม่ได้เร็วอะไร เนิบๆค่อยๆลำเลียงกว่าจะตั้งเกมมาจากแดนหลังก็ใช้เวลานานอยู่แต่ประตูที่โดนทั้ง 3 ลูกเป็นลูกเข้าฮอร์สซะ 2 (OG. จาก แม็คไกวร์ลูกนึง)และอีก 1 เป็นโกล์ทำหมูหก
ส่วนแนวรุกของ “ผีแดง” วันนี้เงียบๆ มาร์คัส แรชฟอร์ด โดนลักพาตัวก่อน “เฮียยิ้ม” ต้องจัดหนักส่ง “หมาก” และ “กรีนวู้ด” มาให้ครบองค์ประชุมซึ่งคนแรกส่งมาก็โดนนำ 1-0 ไม่นาน ส่วนคนหลังมาตอนสกอร์ 2-0
รูปเกมมันไม่เอื้ออำนวยเอาซะเลยครับในเกมที่ แฟร็งค์ แลมพาร์ด วางแท็คติกส์ มาดีเหลือเกินกับการสั่งลูกทีมตามเกาะแกะทำฟาว์ลจุกจิกตัดเกม จนประสบความสำเร็จเอาชนะ แมนฯยูฯ ได้ซักทีหลังเจอกัน 3 หนในซีซั่นนี้แพ้เรียบวุธ
ผมเชื่อว่า เร้ดอาร์มี่ แค้นจุกอกกับการแพ้ในลักษณะนี้เพราะเอาจริงๆรูปเกมมันไม่น่าจะออกมาแบบนี้หากไม่โดนลูก 2 ไว
ด้วยความเคารพต่อแฟน อาร์เซนอล เมื่อทุกคนรู้ว่า เต็งหนึ่งทุกรายการที่มีในโลกนี้อย่าง แมนฯซิตี้ โดนเขี่ยร่วงไปแล้วเมื่อวันเสาร์ มันทำให้ทวีคูณความกระสันอยากเข้าชิงมากกว่าเดิม
บวกกับสถานการณ์คั่วพื้นที่ไปแชมเปี้ยนส์ลีก ตอนนี้ได้เปรียบเหลือเกินหลัง เลสเตอร์ แพ้ยับให้ สเปอร์ส 3-0 จนเงื่อนไขตอนนี้หากชนะ เวสต์แฮม ในกลางสัปดาห์ นัดปิดซีซั่นขอแค่เสมอที่ คิงพาวเวอร์ สเตเดียม ก็จบทันที
ครับ สำหรับ เชลซี เมื่อเข้าชิงลุ้นแชมป์รายการเดียวที่เหลืออยู่ได้สำเร็จแล้ว( UCL กับ บาเยิร์น ตายไปแล้วครึ่งตัว) ตอนนี้สมาธิทั้งหมดจะไปลงในเกมเยือน ลิเวอร์พูล วันพุธนี้
นี่อาจจะเป็นอีกนัดชิงกลายๆก่อนเข้า เวมบลีย์ ของลูกทีม แฟร็งค์ แลมพาร์ด เพราะถ้าเกิดไม่ชนะขึ้นมาแชมป์ เอฟเอ คัพ ไม่สามารถเยียวยาอะไรได้เลย
มีคนแซวกันว่าตั้งแต่เปลี่ยนสปอนเซอร์ใหม่ก็เหมือนเล่นเอาใจ จบเกมที่ไรเลข 3 ต้องมีเอี่ยวทุกที แต่ถ้าจะให้ดีจบซีซั่นอันดับ 3 จบๆกันไป
คำถามเดียวที่มีต่อ ยูไนเต็ด หลังเกมนี้คือสภาพนักเตะจะอยู่ในระดับไหน เพราะผมเชื่อว่าคำว่ากรอบน่าจะไม่พอแล้ว น่าจะต้อง “ไหม้” แล้วล่ะครับ
หลังจบเกมมีตัวเจ็บเพิ่ม แถมหลายคนก็สะบักสะบอม คิ้วแตก,หัวแตก ผู้รักษาประตูความมั่นใจหดหาย ปัญหาร้อยแปด
แต่อย่างไรก็ตามผมว่า “ปีศาจแดง” ไม่น่าจะพลาดในเกมเจอกับ “ขุนค้อน” (ซึ่งลอยตัวไปแล้วและนอกบ้านแพ้ 10 จาก 18 นัด) ดังนั้นที่ 3 อาจจะมีการเปลี่ยนมือ(หากผลที่ แอนฟิลด์ เข้าทางเจ้าบ้าน)
และต้องไม่ลืมว่าวันปิดซีซั่น “สิงห์บลู” เจอของหนักเลยนะครับต้องพบ วูลฟ์ ซึ่งเล่นนอกบ้านดีและกำลังคั่วตั่วไป ยูโรป้า ลีก กับ สเปอร์ส
รวมถึงประเด็นที่มองข้ามไม่ได้เลยคือประตูได้เสียของ เชลซี เป็นรอง “จิ้งจอก” เป็นสิบๆลูกดังนั้นผมว่าสุ่มเสี่ยงและอึดอัดไม่น้อยหากไม่ชนะ ลิเวอร์พูล
ก่อนหน้านี้ทั้ง เชลซี และ แมนฯยูฯ อยากรูดม่านฤดูกาลสวยๆ คือไม่มีอะไรจะดีไปกว่าได้ตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกและคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ในบั้นปลาย
หรือสำนวนฝรั่งเรียกว่า icing on the cake คือสิ่งที่ดีอยู่แล้วมาทำให้มันดียิ่งขึ้นไปอีก (เค้กก็หวานอยู่แล้วแต่เอาน้ำตาล (icing) มาเติมให้มันหวานเข้าไปอีก)
“ปีศาจแดง” แม้สิ้นหวังจาก เอฟเอ คัพ ไปแล้ว ยัง icing on the cake ได้อยู่ครับเพราะยังเหลือ ยูโรป้า ลีก ให้คั่วในเดือน สิงหาคม
ครับ…เหนือสิ่งอื่นใดวันพุธนี้ถือเป็นวันดีเดย์ของทั้งคู่กับโปรแกรม แมนฯยูฯ พบ เวสต์แฮม (00.00 น.) และ ลิเวอร์พูล พบ เชลซี (02.15 น.)
ผลกระทบตามมาหลังจากเกมนี้น่าสนใจจริงๆครับ…
เกมเอฟเอ คัพ ที่ เวมบลีย์ ระหว่าง แมนฯยูฯ กับ เชลซี ที่เหมือนนัดกันมาใช้หลัง 3 เรียกว่าเหนียวและทันกันทุกจังหวะจนไม่มีทีท่าว่าจะทำประตูกันได้เลย
แต่ฟุตบอลมีจุดเปลี่ยนเสมอครับ การที่ เอริค ไบญี่ เจ็บหนักถึงขั้นหามออกจนต้องกลับมายืนหลัง 4 ซึ่งการเปลี่ยนการยืนจากของเดิมที่ทำได้ดีมาตลอดเป็นช่วงที่ เชลซี ฉวยโอกาสทำประตูในนาที 45+11
เป็นการเข้าทำแบบเบสิกเปิดบอลจากเส้นหลังแล้ว ชิรูด์ ที่แพ้การชิงจังหวะกับ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ มาเกือบตลอดทั้งครึ่งแรกกลับเป็นผู้ชนะในลูกสำคัญซะงั้น
ประตูนี้อาจทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแต่บอลไม่ได้ด้ข่มกันเยอะ แค่ลูกเดียวตาม “แก้งาน” ได้ครับแต่จุดเปลี่ยนจริงๆมันอยู่ที่ลูก 2-0 ที่ทำให้แผนและการติวเข้มในช่วงพักครึ่งเสียน้ำลายเปล่าทันที
1 นาทีหลังเสียงนกหวีดครึ่งหลังดังขึ้น แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ทำในสิ่งต้องห้ามของเกมรับคือจ่ายขวางสนามในพื้นที่อันตราย ถ้าจะขวางน้ำหนักต้องโด่งและแรงไปเลย
อันนั้นคือพลาด “แรก” แต่มันดันมีพลาด “สอง” และที่ต้องรับไปเต็มๆคือ ดาบิด เด เกอา ที่ลูกนี้ไม่เหลือบ่ากว่าแรงไม่ใช่แค่นายประตูระดับ top แต่ระดับไหนยังไงต้องเซฟได้
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โกล์ที่ชาติสเปน พลาดในลักษณะเช่นนี้ การเซฟสวยๆในหลายๆเกม (รวมถึงนัดนี้) ไม่สามารถลบภาพที่แกรังสรรค์มานับไม่ถ้วน
อย่างที่เขาพูดกันมีประตูดีไว้ใจได้ เวลาเพื่อนเล่นก็มั่นใจตาม แต่มีประตูน้ำ เพื่อนเล่นไปผวาไป
พอพลาดแบบนี้กล้องอังกฤษก็รู้งานตัดภาพไปที่ โรเมโร่ ผู้รักษาประตูสำรองซึ่งปกติได้รับโอกาสในบอลถ้วยมาตั้งแต่รอบแรก
อันนี้ไม่ใช่ว่าพอพลาดแล้วมาได้ทีซ้ำเติมแต่ผมว่า โซลชา ไม่ซื้อใจลูกน้องในเมื่อส่งโกล์สำรองมาตลอดก็ควรให้โอกาสเหมือนที่ แลมพ์ ไม่ลังเลให้ กาบาเญโร่ ยืนเฝ้าเสาแทน เกปา
แล้วบงเอิ๊ญตัวที่ปาดหน้าให้ลงดันมาพลาดในเกมบอลถ้วยรอบรองฯนัดเดียวร่วงก็ยิิ่งดึงอารมณ์ทุกๆฝ่ายให้ดิ่งลงไปอีก
เมื่อบอลแพ้เรื่องๆแย่ๆก็ตามมา ตอนนี้มีคำถามตามมาคือการจัดตัวของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่กั๊กๆจะสำรองลงก็ไม่สุด ตัวจริงอยากให้พักสุดท้ายก็เลยไม่ได้พัก
จริงๆแล้ววันนี้ทั้ง ยูไนเต็ด และ เชลซี speed บอลก็ไม่ได้เร็วอะไร เนิบๆค่อยๆลำเลียงกว่าจะตั้งเกมมาจากแดนหลังก็ใช้เวลานานอยู่แต่ประตูที่โดนทั้ง 3 ลูกเป็นลูกเข้าฮอร์สซะ 2 (OG. จาก แม็คไกวร์ลูกนึง)และอีก 1 เป็นโกล์ทำหมูหก
ส่วนแนวรุกของ “ผีแดง” วันนี้เงียบๆ มาร์คัส แรชฟอร์ด โดนลักพาตัวก่อน “เฮียยิ้ม” ต้องจัดหนักส่ง “หมาก” และ “กรีนวู้ด” มาให้ครบองค์ประชุมซึ่งคนแรกส่งมาก็โดนนำ 1-0 ไม่นาน ส่วนคนหลังมาตอนสกอร์ 2-0
รูปเกมมันไม่เอื้ออำนวยเอาซะเลยครับในเกมที่ แฟร็งค์ แลมพาร์ด วางแท็คติกส์ มาดีเหลือเกินกับการสั่งลูกทีมตามเกาะแกะทำฟาว์ลจุกจิกตัดเกม จนประสบความสำเร็จเอาชนะ แมนฯยูฯ ได้ซักทีหลังเจอกัน 3 หนในซีซั่นนี้แพ้เรียบวุธ
ผมเชื่อว่า เร้ดอาร์มี่ แค้นจุกอกกับการแพ้ในลักษณะนี้เพราะเอาจริงๆรูปเกมมันไม่น่าจะออกมาแบบนี้หากไม่โดนลูก 2 ไว
ด้วยความเคารพต่อแฟน อาร์เซนอล เมื่อทุกคนรู้ว่า เต็งหนึ่งทุกรายการที่มีในโลกนี้อย่าง แมนฯซิตี้ โดนเขี่ยร่วงไปแล้วเมื่อวันเสาร์ มันทำให้ทวีคูณความกระสันอยากเข้าชิงมากกว่าเดิม
บวกกับสถานการณ์คั่วพื้นที่ไปแชมเปี้ยนส์ลีก ตอนนี้ได้เปรียบเหลือเกินหลัง เลสเตอร์ แพ้ยับให้ สเปอร์ส 3-0 จนเงื่อนไขตอนนี้หากชนะ เวสต์แฮม ในกลางสัปดาห์ นัดปิดซีซั่นขอแค่เสมอที่ คิงพาวเวอร์ สเตเดียม ก็จบทันที
ครับ สำหรับ เชลซี เมื่อเข้าชิงลุ้นแชมป์รายการเดียวที่เหลืออยู่ได้สำเร็จแล้ว( UCL กับ บาเยิร์น ตายไปแล้วครึ่งตัว) ตอนนี้สมาธิทั้งหมดจะไปลงในเกมเยือน ลิเวอร์พูล วันพุธนี้
นี่อาจจะเป็นอีกนัดชิงกลายๆก่อนเข้า เวมบลีย์ ของลูกทีม แฟร็งค์ แลมพาร์ด เพราะถ้าเกิดไม่ชนะขึ้นมาแชมป์ เอฟเอ คัพ ไม่สามารถเยียวยาอะไรได้เลย
มีคนแซวกันว่าตั้งแต่เปลี่ยนสปอนเซอร์ใหม่ก็เหมือนเล่นเอาใจ จบเกมที่ไรเลข 3 ต้องมีเอี่ยวทุกที แต่ถ้าจะให้ดีจบซีซั่นอันดับ 3 จบๆกันไป
คำถามเดียวที่มีต่อ ยูไนเต็ด หลังเกมนี้คือสภาพนักเตะจะอยู่ในระดับไหน เพราะผมเชื่อว่าคำว่ากรอบน่าจะไม่พอแล้ว น่าจะต้อง “ไหม้” แล้วล่ะครับ
หลังจบเกมมีตัวเจ็บเพิ่ม แถมหลายคนก็สะบักสะบอม คิ้วแตก,หัวแตก ผู้รักษาประตูความมั่นใจหดหาย ปัญหาร้อยแปด
แต่อย่างไรก็ตามผมว่า “ปีศาจแดง” ไม่น่าจะพลาดในเกมเจอกับ “ขุนค้อน” (ซึ่งลอยตัวไปแล้วและนอกบ้านแพ้ 10 จาก 18 นัด) ดังนั้นที่ 3 อาจจะมีการเปลี่ยนมือ(หากผลที่ แอนฟิลด์ เข้าทางเจ้าบ้าน)
และต้องไม่ลืมว่าวันปิดซีซั่น “สิงห์บลู” เจอของหนักเลยนะครับต้องพบ วูลฟ์ ซึ่งเล่นนอกบ้านดีและกำลังคั่วตั่วไป ยูโรป้า ลีก กับ สเปอร์ส
รวมถึงประเด็นที่มองข้ามไม่ได้เลยคือประตูได้เสียของ เชลซี เป็นรอง “จิ้งจอก” เป็นสิบๆลูกดังนั้นผมว่าสุ่มเสี่ยงและอึดอัดไม่น้อยหากไม่ชนะ ลิเวอร์พูล
ก่อนหน้านี้ทั้ง เชลซี และ แมนฯยูฯ อยากรูดม่านฤดูกาลสวยๆ คือไม่มีอะไรจะดีไปกว่าได้ตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกและคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ในบั้นปลาย
หรือสำนวนฝรั่งเรียกว่า icing on the cake คือสิ่งที่ดีอยู่แล้วมาทำให้มันดียิ่งขึ้นไปอีก (เค้กก็หวานอยู่แล้วแต่เอาน้ำตาล (icing) มาเติมให้มันหวานเข้าไปอีก)
“ปีศาจแดง” แม้สิ้นหวังจาก เอฟเอ คัพ ไปแล้ว ยัง icing on the cake ได้อยู่ครับเพราะยังเหลือ ยูโรป้า ลีก ให้คั่วในเดือน สิงหาคม
ครับ…เหนือสิ่งอื่นใดวันพุธนี้ถือเป็นวันดีเดย์ของทั้งคู่กับโปรแกรม แมนฯยูฯ พบ เวสต์แฮม (00.00 น.) และ ลิเวอร์พูล พบ เชลซี (02.15 น.)
ผลกระทบตามมาหลังจากเกมนี้น่าสนใจจริงๆครับ…

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น